ประวัติความเป็นมา
จุดกำเนิดกิจการบินสยามสู่การเตรียมพร้อมก่อตั้งโรงเรียนฯ
เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๕๓ วงการบินของสยามได้เริ่มต้นขึ้นเป็นครั้งแรก เมื่อนักบินชาวเบลเยียม นายชาร์ลส์ ฟัน เดน บอร์น นำเครื่องบินมาแสดงการบินที่สนามม้าสระปทุม อันเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ทางราชการเห็นความสำคัญของกิจการบิน และคัดเลือกนายทหาร ๓ นายไปศึกษาวิชาการบิน ณ ประเทศฝรั่งเศส จนวางรากฐานกิจการบินของไทย ก่อนได้รับการสถาปนาเป็นกองทัพอากาศอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ ๕ เมษายน พ.ศ. ๒๔๘๐
ปี พ.ศ. ๒๔๘๑ กองทัพอากาศเปิด "โรงเรียนเพิ่มวิชานายทหารอากาศ" ขึ้น แต่ต้องหยุดชะงักเนื่องจากภารกิจราชการสนาม จนปี พ.ศ. ๒๔๙๐ จึงเปิด "โรงเรียนนายทหารนักบิน" เพื่อเตรียมความพร้อมด้านบุคลากรก่อนการก่อตั้งโรงเรียนเสนาธิการทหารอากาศอย่างเป็นทางการ
การสถาปนาโรงเรียนเสนาธิการทหารอากาศ
วันที่ ๑๘ กันยายน พ.ศ. ๒๔๙๑ มีพระราชกฤษฎีกาจัดวางระเบียบราชการกองทัพอากาศ กำหนดให้โรงเรียนเสนาธิการทหารอากาศเป็นหน่วยขึ้นตรงกรมเสนาธิการทหารอากาศ มีผลย้อนหลังตั้งแต่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๔๙๑
โรงเรียนฯ เปิดการศึกษาหลักสูตร "นายทหารฝึกหัดราชการ ชุดที่ ๑" อย่างเป็นทางการเมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๒ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๙๒ ซึ่งถือเป็นวันสถาปนาโรงเรียนฯ สืบมาจนถึงปัจจุบัน โดยมีพลอากาศโท หลวงเชิดวุฒากาศ เป็นผู้อำนวยการท่านแรก มีนายทหารเข้ารับการศึกษารุ่นแรกจำนวน ๑๖ นาย
ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อและการเปิดการศึกษาอย่างต่อเนื่อง
ปี พ.ศ. ๒๔๙๓-๒๔๙๗ หลักสูตรต้องหยุดชะงักไปนานถึง ๕ ปี เนื่องจากกองทัพอากาศขาดแคลนกำลังพล ก่อนกลับมาเปิดชุดที่ ๒ ในปี พ.ศ. ๒๔๙๗ ซึ่งเป็นครั้งแรกที่มีนายทหารจากกองทัพบกเข้าร่วมศึกษาด้วย และในปี พ.ศ. ๒๔๙๙ ชุดที่ ๓ ก็เป็นครั้งแรกที่มีนายทหารจากทั้งสามเหล่าทัพเข้าศึกษาร่วมกัน
ระบบสอบคัดเลือกและการขยายฐานที่ตั้ง
ปี พ.ศ. ๒๕๐๒ โรงเรียนฯ เปลี่ยนจากระบบ "คัดเลือก" มาเป็น "สอบคัดเลือก" เพื่อให้ได้ผู้มีพื้นความรู้เหมาะสมที่สุด และเปิดการศึกษาต่อเนื่องไม่ขาดช่วงนับแต่ชุดที่ ๔ เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน
ด้านอาคารสถานที่ เริ่มก่อสร้างอาคารกองบังคับการหลังปัจจุบันเมื่อ ๒๒ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๒ แล้วเสร็จและเปิดใช้งานวันที่ ๒ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๑๓
ปีแห่งประวัติศาสตร์และการก้าวสู่ระดับนานาชาติ
ปีการศึกษา ๒๕๒๑ (รุ่นที่ ๒๒) สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร (รัชกาลที่ ๑๐ ในปัจจุบัน) ทรงเข้าร่วมกิจกรรมกับนายทหารนักเรียนโรงเรียนเสนาธิการทั้งสามเหล่าทัพ อันเป็นจุดเริ่มต้นความร่วมมือทางวิชาการระหว่างโรงเรียนเสนาธิการเหล่าทัพที่สืบเนื่องถึงปัจจุบัน
ปี พ.ศ. ๒๕๒๔ เริ่มรับนายทหารจากกองทัพอากาศมาเลเซียเป็นมิตรประเทศแรก ปี พ.ศ. ๒๕๒๖ ก่อสร้างอาคารเรียน ๔ ชั้นหลังปัจจุบัน แล้วเสร็จปี ๒๕๓๐ และปี พ.ศ. ๒๕๒๙ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าอุบลรัตนราชกัญญาฯ เสด็จทรงบรรยายพิเศษเป็นครั้งแรก ในนาม "ทูลกระหม่อมอาจารย์" ตามด้วยการรับนายทหารจากเกาหลีใต้ (๒๕๓๓) และออสเตรเลีย (๒๕๓๗)
การปรับปรุงหลักสูตรตามยุคสมัย
ปี พ.ศ. ๒๕๔๔ เกิด "แบบฝึกหัดจักรพงษ์" การฝึกแก้ปัญหาจริงของกองทัพอากาศ ซึ่งยังเป็นเอกลักษณ์หลักสูตรจนถึงปัจจุบัน ปี พ.ศ. ๒๕๔๗ ปรับแนวคิดเน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง พร้อมเริ่ม "การสอบประมวลความรู้" (Comprehensive Test) และปี พ.ศ. ๒๕๕๒ กลับมาเป็นหน่วยขึ้นตรงกรมยุทธศึกษาทหารอากาศ พร้อมเริ่มรับนายทหารจากสิงคโปร์
วิกฤตมหาอุทกภัยและการฟื้นฟู
มวลน้ำท่วมพื้นที่ดอนเมืองอย่างรวดเร็ว โรงเรียนฯ ต้องย้ายการเรียนการสอนไปยังโรงเรียนนายเรืออากาศเป็นการชั่วคราว ก่อนกลับมาดำเนินการตามปกติภายในเวลาประมาณ ๑ เดือน วิกฤตครั้งนี้สะท้อนความสามัคคีของนายทหารนักเรียนรุ่นที่ ๕๖ ที่ได้รับสมญาว่า "เข้มแข็งและมีเกียรติ" (Strong and Honor)
พระอนุสาวรีย์และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำโรงเรียน
ปี พ.ศ. ๒๕๕๓ จัดสร้างพระอนุสาวรีย์จอมพลสมเด็จเจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนารถฯ พระบิดาแห่งกองทัพอากาศ แบบประทับยืนเต็มพระองค์ และปี พ.ศ. ๒๕๖๐-๒๕๖๑ จัดสร้างหอพระเรือนไม้สักทรงไทย โดยสมเด็จพระสังฆราชประทานนามพระพุทธรูปประจำโรงเรียนว่า
วิกฤตการณ์โควิด-19 และการเรียนรู้ยุคดิจิทัล
โรงเรียนฯ ปรับรูปแบบการเรียนสู่ระบบออนไลน์ (Online Learning) และแบบผสมผสาน (Hybrid Learning) พร้อมมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม ทำให้สามารถดำเนินการศึกษาได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่หยุดชะงัก
นายทหารนักเรียนหญิงรุ่นแรก
เปิดรับนายทหารนักเรียนหญิงเข้าศึกษาอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรก จำนวน ๖ ท่าน ในรุ่นที่ ๖๘ (นายทหารหญิงไทย ๕ ท่าน และจากกองทัพอากาศสหรัฐฯ ๑ ท่าน) พิธีเปิดการศึกษาเมื่อวันที่ ๑๙ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๖
ยกระดับสู่สากลด้วยความร่วมมือทางวิชาการ
ลงนามบันทึกความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) กับสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) เมื่อวันที่ ๒๕ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๘ เพื่อเทียบโอนรายวิชาระหว่างหลักสูตร โดยผู้สำเร็จการศึกษาตั้งแต่ปีการศึกษา ๒๕๖๔ ได้รับสิทธิ์เทียบโอนหน่วยกิตเป็นรุ่นแรก พร้อมดำเนินโครงการปรับปรุงห้องบรรยายและห้องประชุมให้ทันสมัย มุ่งสู่การเป็นสถาบันหลักทางวิชาการชั้นนำ
๗๗ ปี แห่งการสร้างผู้นำทางอากาศ
จากนายทหารฝึกหัดราชการเพียง ๑๖ นายในปี พ.ศ. ๒๔๙๒ สู่สถาบันหลักทางวิชาการที่ผลิตนายทหารฝ่ายเสนาธิการคุณภาพให้แก่กองทัพอากาศไทยและมิตรประเทศ ผ่านทุกความท้าทายด้วย "คุณภาพและคุณธรรม" สืบสานเกียรติศักดิ์เสนาธิการทัพฟ้าสืบไป
ประวัติความเป็นมา
จุดกำเนิดกิจการบินสยามสู่การเตรียมพร้อมก่อตั้งโรงเรียนฯ
เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๕๓ วงการบินของสยามได้เริ่มต้นขึ้นเป็นครั้งแรก เมื่อนักบินชาวเบลเยียม นายชาร์ลส์ ฟัน เดน บอร์น นำเครื่องบินมาแสดงการบินที่สนามม้าสระปทุม อันเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ทางราชการเห็นความสำคัญของกิจการบิน และคัดเลือกนายทหาร ๓ นายไปศึกษาวิชาการบิน ณ ประเทศฝรั่งเศส จนวางรากฐานกิจการบินของไทย ก่อนได้รับการสถาปนาเป็นกองทัพอากาศอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ ๕ เมษายน พ.ศ. ๒๔๘๐
ปี พ.ศ. ๒๔๘๑ กองทัพอากาศเปิด "โรงเรียนเพิ่มวิชานายทหารอากาศ" ขึ้น แต่ต้องหยุดชะงักเนื่องจากภารกิจราชการสนาม จนปี พ.ศ. ๒๔๙๐ จึงเปิด "โรงเรียนนายทหารนักบิน" เพื่อเตรียมความพร้อมด้านบุคลากรก่อนการก่อตั้งโรงเรียนเสนาธิการทหารอากาศอย่างเป็นทางการ
การสถาปนาโรงเรียนเสนาธิการทหารอากาศ
วันที่ ๑๘ กันยายน พ.ศ. ๒๔๙๑ มีพระราชกฤษฎีกาจัดวางระเบียบราชการกองทัพอากาศ กำหนดให้โรงเรียนเสนาธิการทหารอากาศเป็นหน่วยขึ้นตรงกรมเสนาธิการทหารอากาศ มีผลย้อนหลังตั้งแต่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๔๙๑
โรงเรียนฯ เปิดการศึกษาหลักสูตร "นายทหารฝึกหัดราชการ ชุดที่ ๑" อย่างเป็นทางการเมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๒ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๙๒ ซึ่งถือเป็นวันสถาปนาโรงเรียนฯ สืบมาจนถึงปัจจุบัน โดยมีพลอากาศโท หลวงเชิดวุฒากาศ เป็นผู้อำนวยการท่านแรก มีนายทหารเข้ารับการศึกษารุ่นแรกจำนวน ๑๖ นาย
ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อและการเปิดการศึกษาอย่างต่อเนื่อง
ปี พ.ศ. ๒๔๙๓-๒๔๙๗ หลักสูตรต้องหยุดชะงักไปนานถึง ๕ ปี เนื่องจากกองทัพอากาศขาดแคลนกำลังพล ก่อนกลับมาเปิดชุดที่ ๒ ในปี พ.ศ. ๒๔๙๗ ซึ่งเป็นครั้งแรกที่มีนายทหารจากกองทัพบกเข้าร่วมศึกษาด้วย และในปี พ.ศ. ๒๔๙๙ ชุดที่ ๓ ก็เป็นครั้งแรกที่มีนายทหารจากทั้งสามเหล่าทัพเข้าศึกษาร่วมกัน
ระบบสอบคัดเลือกและการขยายฐานที่ตั้ง
ปี พ.ศ. ๒๕๐๒ โรงเรียนฯ เปลี่ยนจากระบบ "คัดเลือก" มาเป็น "สอบคัดเลือก" เพื่อให้ได้ผู้มีพื้นความรู้เหมาะสมที่สุด และเปิดการศึกษาต่อเนื่องไม่ขาดช่วงนับแต่ชุดที่ ๔ เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน
ด้านอาคารสถานที่ เริ่มก่อสร้างอาคารกองบังคับการหลังปัจจุบันเมื่อ ๒๒ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๒ แล้วเสร็จและเปิดใช้งานวันที่ ๒ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๑๓
ปีแห่งประวัติศาสตร์และการก้าวสู่ระดับนานาชาติ
ปีการศึกษา ๒๕๒๑ (รุ่นที่ ๒๒) สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร (รัชกาลที่ ๑๐ ในปัจจุบัน) ทรงเข้าร่วมกิจกรรมกับนายทหารนักเรียนโรงเรียนเสนาธิการทั้งสามเหล่าทัพ อันเป็นจุดเริ่มต้นความร่วมมือทางวิชาการระหว่างโรงเรียนเสนาธิการเหล่าทัพที่สืบเนื่องถึงปัจจุบัน
ปี พ.ศ. ๒๕๒๔ เริ่มรับนายทหารจากกองทัพอากาศมาเลเซียเป็นมิตรประเทศแรก ปี พ.ศ. ๒๕๒๖ ก่อสร้างอาคารเรียน ๔ ชั้นหลังปัจจุบัน แล้วเสร็จปี ๒๕๓๐ และปี พ.ศ. ๒๕๒๙ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าอุบลรัตนราชกัญญาฯ เสด็จทรงบรรยายพิเศษเป็นครั้งแรก ในนาม "ทูลกระหม่อมอาจารย์" ตามด้วยการรับนายทหารจากเกาหลีใต้ (๒๕๓๓) และออสเตรเลีย (๒๕๓๗)
การปรับปรุงหลักสูตรตามยุคสมัย
ปี พ.ศ. ๒๕๔๔ เกิด "แบบฝึกหัดจักรพงษ์" การฝึกแก้ปัญหาจริงของกองทัพอากาศ ซึ่งยังเป็นเอกลักษณ์หลักสูตรจนถึงปัจจุบัน ปี พ.ศ. ๒๕๔๗ ปรับแนวคิดเน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง พร้อมเริ่ม "การสอบประมวลความรู้" (Comprehensive Test) และปี พ.ศ. ๒๕๕๒ กลับมาเป็นหน่วยขึ้นตรงกรมยุทธศึกษาทหารอากาศ พร้อมเริ่มรับนายทหารจากสิงคโปร์
วิกฤตมหาอุทกภัยและการฟื้นฟู
มวลน้ำท่วมพื้นที่ดอนเมืองอย่างรวดเร็ว โรงเรียนฯ ต้องย้ายการเรียนการสอนไปยังโรงเรียนนายเรืออากาศเป็นการชั่วคราว ก่อนกลับมาดำเนินการตามปกติภายในเวลาประมาณ ๑ เดือน วิกฤตครั้งนี้สะท้อนความสามัคคีของนายทหารนักเรียนรุ่นที่ ๕๖ ที่ได้รับสมญาว่า "เข้มแข็งและมีเกียรติ" (Strong and Honor)
พระอนุสาวรีย์และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำโรงเรียน
ปี พ.ศ. ๒๕๕๓ จัดสร้างพระอนุสาวรีย์จอมพลสมเด็จเจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนารถฯ พระบิดาแห่งกองทัพอากาศ แบบประทับยืนเต็มพระองค์ และปี พ.ศ. ๒๕๖๐-๒๕๖๑ จัดสร้างหอพระเรือนไม้สักทรงไทย โดยสมเด็จพระสังฆราชประทานนามพระพุทธรูปประจำโรงเรียนว่า
วิกฤตการณ์โควิด-19 และการเรียนรู้ยุคดิจิทัล
โรงเรียนฯ ปรับรูปแบบการเรียนสู่ระบบออนไลน์ (Online Learning) และแบบผสมผสาน (Hybrid Learning) พร้อมมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม ทำให้สามารถดำเนินการศึกษาได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่หยุดชะงัก
นายทหารนักเรียนหญิงรุ่นแรก
เปิดรับนายทหารนักเรียนหญิงเข้าศึกษาอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรก จำนวน ๖ ท่าน ในรุ่นที่ ๖๘ (นายทหารหญิงไทย ๕ ท่าน และจากกองทัพอากาศสหรัฐฯ ๑ ท่าน) พิธีเปิดการศึกษาเมื่อวันที่ ๑๙ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๖
ยกระดับสู่สากลด้วยความร่วมมือทางวิชาการ
ลงนามบันทึกความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) กับสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) เมื่อวันที่ ๒๕ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๘ เพื่อเทียบโอนรายวิชาระหว่างหลักสูตร โดยผู้สำเร็จการศึกษาตั้งแต่ปีการศึกษา ๒๕๖๔ ได้รับสิทธิ์เทียบโอนหน่วยกิตเป็นรุ่นแรก พร้อมดำเนินโครงการปรับปรุงห้องบรรยายและห้องประชุมให้ทันสมัย มุ่งสู่การเป็นสถาบันหลักทางวิชาการชั้นนำ
๗๗ ปี แห่งการสร้างผู้นำทางอากาศ
จากนายทหารฝึกหัดราชการเพียง ๑๖ นายในปี พ.ศ. ๒๔๙๒ สู่สถาบันหลักทางวิชาการที่ผลิตนายทหารฝ่ายเสนาธิการคุณภาพให้แก่กองทัพอากาศไทยและมิตรประเทศ ผ่านทุกความท้าทายด้วย "คุณภาพและคุณธรรม" สืบสานเกียรติศักดิ์เสนาธิการทัพฟ้าสืบไป