ประวัติโรงเรียนเสนาธิการทหารอากาศ

 

จอมพลสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนารถกรมหลวงพิษณุโลกประชานารถ
ทรงเป็นผู้วางรากฐานเสนาธิการโดยทรงก่อตั้งโรงเรียนเสนาธิการทหารบกขึ้นเมื่อ ๓ เม.ย.๒๔๕๒
ซึ่งนับได้ว่าพระองค์ทรงเป็น บิดาของเสนาธิการของกองทัพไทย

 

นับตั้งแต่กองทัพอากาศ ได้เริ่มก่อตั้งโรงเรียนเสนาธิการทหารอากาศจนถึงปัจจุบัน โรงเรียนเสนาธิการทหารอากาศ
ได้เปิดการศึกษามาแล้ว ๖๒ รุ่น

 

ประวัติความเป็นมาโรงเรียนเสนาธิการทหารอากาศ

                เมื่อปี พ.ศ.๒๔๗๒ กองทัพอากาศในขณะยังมีฐานะเป็นเพียงกรมอากาศยานได้พิจารณาเห็นความจำเป็นว่าควรจะเปิดโรงเรียนสำหรับการศึกษาชั้นสูงของนายทหารนักบิน ซึ่งในขณะนั้นมีนายทหาร
ที่สำเร็จการศึกษามาจากโรงเรียนการบินชั้นสูง (Air Tactical School) ของอเมริกันเพียง ๓ ท่าน กับนายทหารผู้ใหญ่อีกเป็นจำนวนหนึ่งพอที่จะช่วยดำเนินการในเรื่องนี้ได้ ดังนั้นในปี พ.ศ.๒๔๗๕ กองทัพอากาศจึงได้จัดตั้ง “โรงเรียนการบินชั้นสูง” ขึ้น มีนายทหารเข้ารับการศึกษาเรียกว่า “นายทหารฝึกหัดราชการ” จำนวน ๑๐ คน  แต่โรงเรียนการบินชั้นสูงนี้เปิดให้การศึกษาได้เพียง ๑ ปี ก็ต้องยุติการดำเนินการลง เนื่องจากประสบกับปัญหาทางการเมือง และเศรษฐกิจที่ไม่เอื้ออำนวย

                ถึงแม้กระนั้น กองทัพอากาศก็ตระหนักดีว่าการพัฒนากำลังทางอากาศของชาติให้เข้มแข็งได้นั้นจะต้องมีโรงเรียนที่ผลิตนายทหารสัญญาบัตรของตนเองอันได้แก่ โรงเรียนนายเรืออากาศ และโรงเรียน
เสนาธิการทหารอากาศ โดยจะตั้งโรงเรียนเสนาธิการทหารอากาศ ขึ้นเป็นลำดับแรก แต่การจะตั้งโรงเรียน
เสนาธิการทหารอากาศได้นั้น จำเป็นต้องมีอาจารย์ประจำที่ศึกษามาทางนี้โดยตรง ซึ่งในขณะนั้นกองทัพอากาศยังไม่มีบุคลากรที่จะมาช่วยดำเนินการในเรื่องนี้

                ดังนั้นในปี พ.ศ.๒๔๗๙  พลอากาศโท หลวงเทวฤทธิ์  พันลึก ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารอากาศในขณะนั้น จึงได้คัดเลือกนายทหารส่งไปศึกษา ณ โรงเรียนเสนาธิการทหารอากาศต่างประเทศ คือ
นาวาอากาศโททวี  จุลละทรัพย์ นาวาอากาศโทหะริน  หงสกุล นาวาอากาศตรีสวัสดิ์  โพธิ์วิหค และ
นาวาอากาศตรีละเอิบ  ปิ่นสุวรรณ์ พร้อมกันนั้นก็ได้จัดส่งนายทหารไปเข้ารับการศึกษาในโรงเรียนเสนาธิการทหารบก เพื่อให้บุคลากรเหล่านี้กลับมาเป็นกำลังหลักในการก่อตั้งโรงเรียนเสนาธิการอากาศต่อไป

                ระหว่างที่กองทัพอากาศยังไม่สามารถก่อตั้งโรงเรียนเสนาธิการทหารอากาศได้นั้น การให้การศึกษาแก่นายทหารของโรงเรียนการบินชั้นสูงยังคงดำเนินต่อไป ในปี พ.ศ.๒๔๘๑ กองทัพอากาศได้ปรับปรุงหลักสูตรของโรงเรียนการบินชั้นสูงเดิมให้เหมาะสมกับกาลสมัย และเปิดการศึกษาขึ้นอีก เรียกว่า “โรงเรียนเพิ่มวิชานายทหารอากาศ” มีนายทหารเข้ารับการศึกษาจำนวน ๑๕ คน แต่ก็ต้องประสบปัญหาทำให้ไม่อาจเปิดการสอนในปีที่ ๒ ได้  เนื่องจากกองทัพอากาศต้องปฏิบัติราชการสนามหลายครั้ง ไม่มีนายทหารพอที่จะมาดำเนินการในโรงเรียนการบินชั้นสูงอีกต่อไป

                จนกระทั่งในปี พ.ศ.๒๔๙๐ กองทัพอากาศได้เปิดหลักสูตร “โรงเรียนนายทหารนักบิน” ขึ้น
มีระยะเวลาการศึกษา ๑ ปี  หลังจากที่โรงเรียนนายทหารนักบินเปิดดำเนินได้ ๑ ปี กองทัพอากาศได้พิจารณาแล้วเห็นว่ามีนายทหารที่สำเร็จการศึกษามาจากโรงเรียนเสนาธิการทหารอากาศต่างประเทศ และนายทหาร
ที่สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนเสนาธิการทหารบกจำนวนหนึ่ง ซึ่งเพียงพอที่จะตั้งโรงเรียนเสนาธิการ
ทหารอากาศได้ จึงได้เริ่มก่อตั้งโรงเรียนเสนาธิการทหารอากาศขึ้น แต่ในระหว่างนั้นก็ยังคงเปิดหลักสูตรโรงเรียนนายทหารนักบินต่อไปอีกเป็นชุดที่ ๒

                กองทัพอากาศได้ก่อตั้งโรงเรียนเสนาธิการทหารอากาศขึ้น ณ ที่ตั้งดอนเมืองเมื่อวันพฤหัสบดีที่    ๒ มิถุนายน ๒๔๙๒ ซึ่งตรงกับ วันขึ้น ๗ ค่ำ เดือน ๗ ปีฉลู โดยมีพลอากาศโทหลวงเทวฤทธิ์  พันลึก ซึ่งดำรงตำแหน่ง ผู้บัญชาการทหารอากาศในขณะนั้นเป็นผู้ทำพิธีเปิด และใช้สถานที่ อาคารของกรมยุทธศึกษาทหารอากาศเป็นอาคารเรียน

                คณะผู้ดำเนินงานในโรงเรียนเสนาธิการทหารอากาศ เมื่อครั้งเริ่มก่อตั้งประกอบด้วย พลอากาศโท หลวงเชิด  วุฒากาส ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่ง เสนาธิการทหารอากาศ และได้รับการแต่งตั้งเป็น ผู้อำนวยการโรงเรียนเสนาธิการทหารอากาศ เป็นท่านแรก และนาวาอากาศเอกหะริน  หงสกุล เป็นรองผู้อำนวยการฯ
พร้อมด้วยคณะอาจารย์ประจำอีก ๕ ท่าน คือ นาวาอากาศเอกทวี  จุลละทรัพย์ นาวาอากาศโทเทพ  เกษมุติ  นาวาอากาศโทสวัสดิ์  โพธิวิหค นาวาอากาศโทละเอิบ  ปิ่นสุวรรณ์ และนาวาอากาศโทไชย  วิบูลย์พานิช  นอกจากนี้ยังมีอาจารย์พิเศษทั้งภายในและภายนอกกองทัพอากาศทั้งฝ่ายทหารและพลเรือนอีกหลายท่านที่มีส่วนช่วยให้กิจการของโรงเรียนเสนาธิการทหารอากาศดำเนินไปได้

                โรงเรียนเสนาธิการทหารอากาศ ในขณะนั้นมีฐานะเป็นหน่วยขึ้นตรงของกรมเสนาธิการ
ทหารอากาศ มีระยะเวลาศึกษาตามหลักสูตร ๑ ปี นายทหารที่เข้ารับศึกษามีชั้นยศตั้งแต่นาวาอากาศตรี
ถึง นาวาอากาศเอก โดยคัดเลือกมาจากเหล่าต่าง ๆ การศึกษาในชุดที่ ๑ มีผู้เข้ารับการศึกษาเรียกว่า
“นายทหารฝึกหัดราชการ” จำนวน ๑๖ คน ในจำนวนนี้เป็นนายทหารเหล่านักบิน ๑๐ คน เหล่าช่างอากาศ ๒ คน เหล่าพลาธิการ เหล่าสรรพาวุธ เหล่าสื่อสาร และเหล่าแพทย์อีกเหล่าละ ๑ คน

                ระหว่างปี พ.ศ.๒๔๙๓ ถึง พ.ศ.๒๔๙๗ กองทัพอากาศอยู่ระหว่างหัวเลี้ยวหัวต่อของการพัฒนากองทัพ มีความต้องการเจ้าหน้าที่ในการดำเนินกิจการต่าง ๆ เป็นจำนวนมากจึงไม่สามารถจัดนายทหารเข้ารับการศึกษาในโรงเรียนเสนาธิการทหารอากาศได้ เป็นเหตุให้หลักสูตรโรงเรียนเสนาธิการทหารอากาศ
ต้องหยุดชะงักลงไม่สามารถเปิดดำเนินการเป็นเวลาติดต่อกันถึง ๕ ปี อย่างไรก็ตามในห้วงเวลาดังกล่าว กองทัพอากาศก็ได้เปิดหลักสูตรโรงเรียนนายทหารนักบิน เพื่ออบรมนายทหารชั้นผู้บังคับฝูงทดแทน

                กองทัพอากาศได้เปิดหลักสูตรโรงเรียนเสนาธิการทหารอากาศ ชุดที่ ๒ เมื่อวันศุกร์ที่ ๒ กรกฎาคม ๒๔๙๗ โดยใช้สถานที่เดิม มีพลอากาศจัตวาสวัสดิ์  โพธิวิหค ซึ่งขณะนั้น ดำรงตำแหน่ง รองเจ้ากรมยุทธศึกษา
ทหารอากาศ เป็นผู้อำนวยการโรงเรียนเสนาธิการทหารอากาศ และนาวาอากาศเอกประสงค์  คุณะดิลก เป็น
รองผู้อำนวยการฯ และเปลี่ยนมาเป็นหน่วยขึ้นตรงของกรมยุทธศึกษาทหารอากาศ รวมทั้งได้ปรับปรุงหลักสูตรใหม่โดยใช้รากฐานเดิมของหลักสูตรในชุดที่ ๑ มีระยะเวลาการศึกษา ๑ ปี

                หลักสูตรโรงเรียนเสนาธิการทหารอากาศ ชุดที่ ๒ มีผู้เข้ารับการศึกษาจำนวน ๒๔ คน โดยคัดเลือกมาจากนายทหารเหล่าต่าง ๆ ประกอบด้วย นายทหารเหล่านักบินจำนวน ๑๕ คน เหล่าช่างโยธา
เหล่าพลาธิการ เหล่าขนส่ง เหล่าสื่อสาร เหล่าแพทย์ เหล่าการเงิน และเหล่าช่างอากาศ จำนวนเหล่าละ ๑ คน รวมทั้งมีนายทหารจากกองทัพบกเข้ารับการศึกษาจำนวน ๒ คน และนับเป็นครั้งแรกที่มีนายทหารต่างเหล่าทัพเข้ารับการศึกษาในโรงเรียนเสนาธิการทหารอากาศ

                ต้นปี พ.ศ.๒๔๙๘ กองทัพอากาศได้ปรับปรุงแก้ไขอัตราของกองทัพอากาศ และมีการเปลี่ยนชื่อตำแหน่งจาก “ผู้อำนวยการโรงเรียนเสนาธิการทหารอากาศ” เป็น “ผู้บัญชาการโรงเรียนเสนาธิการทหารอากาศ” และแต่งตั้งให้ พลอากาศจัตวาประสงค์  คุณะดิลก เป็นผู้บัญชาการโรงเรียนเสนาธิการทหารอากาศ และพลอากาศจัตวาศิริชัย  วาทิน เป็น รองผู้บัญชาการฯ

                ในปีเดียวกันนั้นโรงเรียนเสนาธิการทหารอากาศได้รับการอนุมัติให้ก่อสร้างอาคารเรียนของโรงเรียนเสนาธิการทหารอากาศขึ้นเนื่องจากสถานที่เดิมคับแคบ และโรงเรียนเสนาธิการทหารอากาศได้ปรับปรุงกิจการให้มีความก้าวหน้าทางการศึกษา รวมทั้งจำนวนนายทหารฝึกหัดราชการได้เพิ่มจำนวนมากขึ้นจากเดิม อาคารหลังนี้มีลักษณะเป็นอาคารไม้ที่สร้างขึ้นเป็นการชั่วคราว ทั้งนี้เพื่อให้ทันกับความต้องการของทางราชการ

                เมื่อจบการศึกษาของโรงเรียนเสนาธิการทหารอากาศ ชุดที่ ๒ แล้วกองทัพอากาศมีความจำเป็นต้องใช้สถานที่ของโรงเรียนเปิดโรงเรียนนายทหารนักบินขึ้นอีก ๒ รุ่น (ชุดที่ ๔ และ ชุดที่ ๕) จึงเป็นเหตุให้หลักสูตรโรงเรียนเสนาธิการทหารอากาศต้องหยุดชะงักไประยะหนึ่ง

                โรงเรียนเสนาธิการทหารอากาศเปิดดำเนินการขึ้นอีกครั้งเมื่อวันที่ ๑๗ กรกฎาคม พ.ศ.๒๔๙๙  การศึกษาในชุดที่ ๓ มีนายทหารเข้ารับการศึกษา จำนวน ๔๓ คน โดยแยกเป็นข้าราชการจากกองทัพอากาศ จำนวน ๓๖ คน กองทัพบก จำนวน ๕ คน และกองทัพเรือ จำนวน ๒ คน ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่มีนายทหารทั้งสามเหล่าทัพเข้ารับการศึกษา และได้มีการปรับปรุงหลักสูตรโรงเรียนเสนาธิการทหารอากาศให้ทันสมัยยิ่งขึ้น

                ปี พ.ศ.๒๕๐๐ กองทัพอากาศมีคำสั่งให้กรมยุทธศึกษาทหารอากาศเปิดการอบรมหลักสูตรโรงเรียนเสนาธิการทหารอากาศหลักสูตรพิเศษขึ้น โดยใช้สถานที่อาคารโรงเรียนเสนาธิการทหารอากาศ นายทหารที่เข้ารับการศึกษาเป็นนายทหารสัญญาบัตรชั้นยศนาวาอากาศโท (เต็มขั้น) และชั้นยศนาวาอากาศเอก มีระยะเวลาการศึกษา ๔ เดือน (ตั้งแต่วันที่ ๑๕ มกราคม ถึงวันที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๐๑)  โดยมี พลอากาศตรีศิริชัย  วาทิน เป็นผู้อำนวยการอบรม

                ปี พ.ศ.๒๕๐๒  กองทัพอากาศได้เปิดการศึกษาหลักสูตรโรงเรียนเสนาธิการทหารอากาศ ชุดที่ ๔ ขึ้น เมื่อวันที่ ๖ มกราคม ๒๕๐๒ และทำการเปิดการศึกษาหลักสูตรโรงเรียนเสนาธิการทหารอากาศต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน อนึ่งการคัดเลือกนายทหารเข้ารับการศึกษาในชุดนี้ กองทัพอากาศได้เปลี่ยนจากระบบการคัดเลือก
มาเป็นการสอบคัดเลือกแทน ทั้งนี้เพื่อให้ได้ผู้ที่มีพื้นความรู้เหมาะสมเข้ารับการศึกษา และได้ถือปฏิบัติเช่นนี้ตั้งแต่ชุดที่ ๔ เป็นต้นมา (ในปีการศึกษา ๒๕๓๘ โรงเรียนเสนาธิการทหารอากาศ ได้เปลี่ยนกลับมาใช้ระบบคัดเลือกเช่นเดิม)

                ปี พ.ศ.๒๕๑๒ โรงเรียนเสนาธิการทหารอากาศได้ก่อสร้างอาคารเรียนหลังใหม่เป็นอาคารตึกชั้นเดียว (อาคารกองบังคับการฯ ในปัจจุบัน) เริ่มดำเนินการก่อสร้างเมื่อวันที่ ๒๒ ตุลาคม ๒๕๑๒ และสร้างแล้วเสร็จเมื่อวันที่ ๑๔ มิถุนายน ๒๕๑๓ เริ่มเปิดใช้งานเมื่อวันที่ ๒ กรกฎาคม ๒๕๑๓ ซึ่งอยู่ในช่วงปลายปีการศึกษาของชุดที่ ๑๔

                ปีการศึกษา ๒๕๒๑ นับเป็นโอกาสพิเศษของโรงเรียนเสนาธิการทั้งสามเหล่าทัพ เนื่องจาก
พันตรีสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชสยามมกุฎราชกุมาร ได้ทรงเข้ารับการศึกษาในโรงเรียนเสนาธิการทหารบกหลักสูตรหลักประจำชุดที่ ๕๖ ซึ่งตรงกับหลักสูตรโรงเรียนเสนาธิการทหารอากาศ รุ่นที่ ๒๒ พระองค์ทรงมี
พระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าฯ ร่วมกิจกรรมกับนายทหารนักเรียนโรงเรียนเสนาธิการเหล่าทัพอย่างไม่ถือพระองค์ และเมื่อทรงสำเร็จการศึกษาแล้ว พระองค์ยังทรงรับเป็นอาจารย์พิเศษบรรยายในโรงเรียนเสนาธิการเหล่าทัพในปีการศึกษา ๒๕๒๒ และ ๒๕๒๓ นอกจากนี้พระองค์ยังทรงมีพระราชดำริให้มีการฝึกร่วมและกิจกรรม
การร่วมมือทางวิชาการระหว่างโรงเรียนเสนาธิการเหล่าทัพ ซึ่งเริ่มปฏิบัติตั้งแต่ปีการศึกษา ๒๕๒๑ (รุ่นที่ ๒๒) เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน

                ปีการศึกษา ๒๕๒๔ (รุ่นที่ ๒๕) โรงเรียนเสนาธิการทหารอากาศ ได้รับนายทหารจากกองทัพอากาศมาเลเซีย เข้าร่วมศึกษาเป็นครั้งแรก โดยรับเข้าศึกษาปีละ ๑ คน จนถึง รุ่นที่ ๔๓ กองทัพอากาศมาเลเซีย
ไม่สามารถส่งนายทหารอากาศเข้าร่วมศึกษาได้ เนื่องจากประสบกับปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจ

                ปี พ.ศ.๒๕๒๖ กองทัพอากาศได้เล็งเห็นถึงความจำเป็นที่โรงเรียนเสนาธิการทหารอากาศควรจะมีอาคารใหม่ เนื่องจากจำนวนนายทหารนักเรียน อาจารย์และข้าราชการได้เพิ่มมากขึ้นเป็นเหตุให้อาคารสถานที่ห้องบรรยายและห้องสัมมนาที่มีอยู่ไม่เพียงพอ จึงได้อนุมัติให้โรงเรียนเสนาธิการทหารอากาศสร้างอาคารหลังใหม่ขึ้นทางด้านทิศเหนือของกองบังคับการ ลักษณะเป็นอาคารตึก ๔ ชั้น สร้างแล้วเสร็จเมื่อวันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๒๗ ซึ่งตรงกับการศึกษาในรุ่นที่ ๒๙ และใช้ดำเนินการศึกษาอบรมมาจนถึงปัจจุบัน

                ปีการศึกษา ๒๕๓๓ (รุ่นที่ ๓๔) โรงเรียนเสนาธิการทหารอากาศ ได้รับนายทหารจากกองทัพอากาศสาธารณรัฐเกาหลีเข้าศึกษาเป็นครั้งแรก จำนวน ๑ คน โดยส่งเข้ารับการศึกษาปีเว้นปี จนกระทั่งในปีการศึกษา ๒๕๔๑ (รุ่นที่ ๔๒) กองทัพอากาศสาธารณรัฐเกาหลีไม่สามารถส่งเข้าร่วมศึกษาได้เนื่องจากประสบปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจ และได้เริ่มส่งนายทหารเข้ารับการศึกษาในโรงเรียนเสนาธิการทหารอากาศอีกครั้งในปีการศึกษา ๒๕๔๕ และ ๒๕๔๖ (รุ่นที่ ๔๖ และรุ่นที่ ๔๗)

                ปีการศึกษา ๒๕๓๗ (รุ่นที่ ๓๘) โรงเรียนเสนาธิการทหารอากาศ ได้รับนายทหารจากกองทัพอากาศออสเตรเลียเข้าร่วมศึกษาด้วยเป็นครั้งแรก

                ปีการศึกษา ๒๕๓๘ (รุ่นที่ ๓๙) เป็นต้นมาได้มีการเปลี่ยนแปลงระบบการคัดเลือกนายทหารนักเรียนจากการสอบคัดเลือกไปเป็นการคัดเลือกเข้าศึกษา สำหรับหลักสูตรการศึกษาได้รับการปรับปรุงแก้ไข
ทุกปีการศึกษา และต้องขออนุมัติใช้หลักสูตรทุกปีการศึกษาเช่นเดียวกัน ซึ่งการปรับปรุงแก้ไขในอดีตที่ผ่านมาเป็นเพียงปรับปรุงแก้ไขเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

                ปีการศึกษา ๒๕๔๐ (รุ่นที่ ๔๑) มีนายทหารอากาศจากกองทัพอากาศสหรัฐอเมริกา เข้าร่วมศึกษาด้วยเป็นครั้งแรก

                ปีการศึกษา ๒๕๔๑ (รุ่นที่ ๔๒) ได้มีการปรับปรุงแก้ไขหลักสูตรหลายประการตั้งแต่ปรัชญาการศึกษา วัตถุประสงค์ของหลักสูตร เนื้อหาสาระ และกระบวนการศึกษา มีการบรรจุการฝึกงานในหน้าที่
ฝ่ายอำนวยการลงในหลักสูตรเป็นครั้งแรกจำนวน ๑๐ วันทำการ ทั้งนี้เพื่อให้การศึกษาได้บรรลุวัตถุประสงค์อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และให้สอดคล้องกับการปรับโครงสร้างของกองทัพอากาศตามอัตรา ทอ.๓๙ 

                ในปีการศึกษา ๒๕๔๒ ได้มีการปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมเกี่ยวกับรายชื่อวิชาการจัดหมวดหมู่ของวิชาต่าง ๆ และการเปลี่ยนชื่อหมวดวิชาต่าง ๆ ให้เหมาะสมยิ่งขึ้น

                อนึ่ง ตั้งแต่ปีการศึกษา ๒๕๔๑ (รุ่นที่ ๔๒) เป็นต้นมาได้มีการเปลี่ยนแปลงการจัดการเรียนการสอน ให้สอดคล้องกับภาวะวิกฤติเศรษฐกิจ โดยการงดการศึกษาภูมิประเทศต่างประเทศ และลดจำนวนวันในการศึกษาภูมิประเทศภายในประเทศลง จนกระทั่งในปีการศึกษา ๒๕๔๓ (รุ่นที่ ๔๓) สถานการณ์ทางเศรษฐกิจเริ่มดีขึ้น จึงสามารถจัดให้มีกิจกรรมการศึกษาภูมิประเทศมากขึ้นกว่าสองปีที่ผ่านมา รวมถึงการจัดให้มีการศึกษาภูมิประเทศต่างประเทศขึ้นเช่นเดิม

                ปีการศึกษา ๒๕๔๔ (รุ่นที่ ๔๕) ได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการฝึกงานในหน้าที่ฝ่ายอำนวยการ
เป็นการฝึกปฏิบัติภายในโรงเรียน โดยนำปัญหาจริงที่เกิดขึ้นในกองทัพอากาศมาให้ นายทหารนักเรียนดำเนินการแก้ปัญหาในรูปของคณะกรรมการบริหาร ทอ. ซึ่งขั้นตอนในการฝึกเริ่มต้นจากการศึกษาปัญหา หาข้อไขของปัญหา และรายงานการแก้ปัญหา (โดยใช้รูปแบบการเขียนรายงานการพิจารณาของฝ่ายอำนวยการ) รวมทั้งการเขียนแผนงานโครงการในการนำผลการแก้ปัญหาไปปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น โดยกำหนดชื่อแบบฝึกหัดดังกล่าวว่าแบบฝึกหัดจักรพงษ์

                ปีการศึกษา ๒๕๔๗ (รุ่นที่ ๔๘) โรงเรียนเสนาธิการทหารอากาศ ได้ปรับปรุงแนวความคิดในการศึกษาใหม่โดยเน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง และเน้นที่กระบวนการการคิดให้เป็นระบบ โดยในหลักสูตรเสนาธิการกิจปี ๒๕๔๗ ได้จัดกลุ่มเนื้อหาวิชาโดยแบ่งเป็น ผู้นำและการบริหาร ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศการทหาร และเสนาธิการกิจ ซึ่งจะมีความชัดเจนของวัตถุประสงค์การศึกษา และมีความสัมพันธ์ต่อเนื่องกันพร้อมนี้ได้ปรับปรุงระเบียบการวัดและประมวลผลการศึกษา โดยได้กำหนดคุณสมบัติของนายทหารนักเรียนที่จะสำเร็จการศึกษาไว้คือจะต้องผ่านการสอบประมวลผลความรอบรู้ โดยการสอบข้อเขียนและสัมภาษณ์ เพื่อดำรงความศักดิ์สิทธิ์ของสถาบันและเป็นการยกระดับมาตรฐาน เพื่อเป็นหลักประกันพื้นฐานว่านายทหารนักเรียนที่สำเร็จการศึกษานั้น จะต้องมีคุณสมบัติเหมาะสมในการเป็นผู้บังคับบัญชาและฝ่ายอำนวยการที่ถึงพร้อมด้วยคุณภาพและคุณธรรม

                ปีการศึกษา ๒๕๕๐  จากเหตุการณ์การก่อวินาศกรรม เมื่อ ๑๑ ก.ย.๔๘ ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา และปัญหาใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทำให้โรงเรียนเสนาธิการทหารอากาศ ตระหนักถึงปัญหาการก่อการร้ายว่าเป็นภัยคุกคามความมั่นคงของประเทศในรูปแบบใหม่ จึงได้จัดการศึกษาโดยให้ความสำคัญกับปัญหาดังกล่าว โดยการศึกษาถึงวัฒนธรรม และความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ที่ประสบปัญหาตามแนวพระราชดำริ เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา เพื่อแก้ปัญหาความมั่นคงในภาคใต้อย่างยั่งยืน พร้อมนี้ได้ให้นายทหารนักเรียนศึกษาถึงแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙ เพื่อใช้เป็นหลักในการรับราชการ
และดำเนินชีวิต

                ปี พ.ศ.๒๕๕๒ ได้มีการปรับโครงสร้างกองทัพอากาศใหม่ ในส่วนของโครงสร้างส่วนการศึกษาของ ทอ. ได้มีการปรับยุบกองบัญชาการฝึกศึกษาทหารอากาศ และสถาบันวิชาการทหารอากาศชั้นสูง โรงเรียน
เสนาธิการทหารอากาศ จึงกลับมาเป็นหน่วยขึ้นตรงกรมยุทธศึกษาทหารอากาศอีกครั้งหนึ่ง สำหรับโครงสร้างภายในของโรงเรียนเสนาธิการทหารอากาศ ได้มีการปรับยุบกองวิเคราะห์และประเมินผล เป็นแผนกวัด
และประเมินผล เพิ่มกองวิชาทหารและเสนาธิการกิจ และเปลี่ยนชื่อกองปกครองเป็นกองกิจการนายทหารนักเรียน

                   ปี พ.ศ.๒๕๕๑ พ.ศ.๒๕๕๔ และ พ.ศ.๒๕๕๗ โรงเรียนเสนาธิการทหารอากาศฯ ได้ปรับปรุงหลักสูตรการศึกษาใหม่ ตามวงรอบทุก ๆ ๓ ปี เพื่อให้หลักสูตรมีความทันสมัยและสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของบริบทสังคมภายนอก รวมทั้งตอบสนองต่อยุทธศาสตร์ของกองทัพอากาศในการมุ่งสู่การเป็นกองทัพอากาศชั้นนำในภูมิภาคที่ขับเคลื่อนด้วยปฏิบัติการที่ใช้เครือข่ายเป็นศูนย์กลาง (NCO) และการมีบทบาทในการเข้าสู่ความเป็นประชาคมอาเซียนของกองทัพอากาศ ด้วยการเน้นการเสริมสร้างทั้งด้านเนื้อหาเชิงทฤษฎีตลอดจนทักษะเชิงปฏิบัติ ริเริ่มให้มีการใช้ภาษาอังกฤษในการเรียนการสอนบางวิชา และจัดให้ นทน.ฯ แนะนำผู้บรรยายและกล่าวขอบคุณผู้บรรยายเป็นภาษาอังกฤษ ปรับลดชั่วโมงการบรรยายและเพิ่มชั่วโมงการปฏิบัติเพื่อเสริมสร้างทักษะการปฏิบัติงานให้กับนายทหารนักเรียนได้มีความพร้อมในการไปปฏิบัติหน้าที่ผู้บังคับบัญชาและฝ่าย
เสนาธิการของกองทัพอากาศหลังจากสำเร็จการศึกษามากยิ่งขึ้น

                ปี พ.ศ.๒๕๖๑ นี้ โรงเรียนเสนาธิการทหารอากาศฯ ได้ปรับปรุงหลักสูตรการศึกษาใหม่ ทำให้ลดระยะเวลาการศึกษาจาก ๔๘ สัปดาห์ เหลือเพียง ๔๕ สัปดาห์ แต่ยังคงความเข้มข้นของเนื้อหาวิชาไว้เช่นเดิม เพื่อตอบสนองต่อยุทธศาสตร์ ทอ.๒๐ ปี (พ.ศ.๒๕๖๐-๒๕๗๙) ที่มุ่งเน้นการพัฒนาเพื่อให้ครอบคลุม ๓ มิติหลัก ได้แก่ มิติกำลังทางอากาศ มิติไซเบอร์ และมิติอวกาศ

                   ในส่วนของนายทหารนักเรียนจากมิตรประเทศนั้น โรงเรียนเสนาธิการทหารอากาศฯ ได้เริ่มรับนายทหารนักเรียนจากมาเลเซีย เป็นคนแรก ในปีการศึกษา ๒๕๒๔ (รุ่นที่๒๕) หลังจากนั้น มิตรประเทศอื่น ๆ ได้ให้ความสำคัญและส่งนายทหารของตนมาเข้าร่วมศึกษาด้วยเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนถึงปัจจุบัน โรงเรียนเสนาธิการทหารอากาศได้ให้การฝีกศึกษาแก่นายทหารนักเรียนจากมิตรประเทศ รวม ๑๑ ประเทศ ได้แก่ เครือรัฐออสเตรเลีย มาเลเซีย สหรัฐอเมริกา สาธารณรัฐประชาชนจีน สาธารณรัฐเกาหลี สาธารณรัฐสิงคโปร์ สาธารณรัฐอินเดีย สาธารณรัฐอินโดนีเซีย สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ราชอาณาจักรกัมพูชา และ สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม โดยได้จัดให้มีนายทหารนักเรียนไทยและอาจารย์ทำหน้าที่ดูแลให้คำปรึกษา

และให้การช่วยเหลือในเรื่องต่างๆ แก่นายทหารนักเรียนจากมิตรประเทศอีกด้วย

                   นับตั้งแต่กองทัพอากาศได้เริ่มก่อตั้งโรงเรียนเสนาธิการทหารอากาศฯ จนถึงปัจจุบันโรงเรียน
เสนาธิการทหารอากาศฯ ได้เปิดการศึกษามาแล้ว ๖๒ รุ่น ให้การศึกษากับนายทหารนักเรียนฯ จากทั้งกองบัญชาการกองทัพไทย กองทัพอากาศ กองทัพบก กองทัพเรือ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย กรมการบินพาณิชย์ กระทรวงคมนาคม และนายทหารจากกองทัพอากาศมิตรประเทศ ๑๑ ประเทศ รวมผู้สำเร็จการศึกษากว่า ๕,๐๐๐ คน

                ในปี พ.ศ.๒๕๖๑ นี้ กองทัพอากาศได้เปิดการศึกษาหลักสูตรเสนาธิการทหารอากาศ ประจำปีการศึกษา ๒๕๖๒ โดยมีนายทหารนักเรียนฯ เข้ารับการศึกษารวม ๘๘ คน นับเป็นนายทหารนักเรียนฯ รุ่นที่ ๖๓ นับตั้งแต่ก่อตั้งโรงเรียนเสนาธิการทหารอากาศ เมื่อ วันที่ ๒ มิ.ย. พ.ศ.๒๔๙๒

 

Important Link

โรงเรียนเสนาธิการเหล่าทัพ

โรงเรียนเสนาธิการทหารบก

โรงเรียนเสนาธิการทหารเรือ